삼사오성형외과 공식블로그

2026-06-04

รีวิวเคสศัลยกรรมลดโหนกแก้มและเลื่อนคางไปด้านหน้า: ปรับโครงหน้าให้เรียบเนียน

ขอแนะนำเคสศัลยกรรมปรับโครงหน้าแบบผสมผสานที่ช่วยแก้ปัญหาคางสั้นและโหนกแก้มที่นูนเด่นไปพร้อมๆ กัน มาดูขั้นตอนการผ่าตัดที่แม่นยำ ตั้งแต่การถอดซิลิโคนคางเดิมออก การเลื่อนคางไปด้านหน้าโดยใช้กระดูกของตัวเอง การศัลยกรรมลดโหนกแก้ม ไปจนถึงการนำกระดูกที่ตัดออกมารีไซเคิลเพื่อปลูกถ่ายกระดูกร่องแก้ม เพื่อสร้างกรอบหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติและมีมิติ

รีวิวเคสศัลยกรรมลดโหนกแก้มและเลื่อนคางไปด้านหน้า: ปรับโครงหน้าให้เรียบเนียน

การเปลี่ยนแปลงของโครงหน้าผ่านการศัลยกรรมลดโหนกแก้มและเลื่อนคางไปด้านหน้า

โหนกแก้มซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้าและเส้นขากรรไกรที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับใบหน้าส่วนล่าง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความประทับใจโดยรวม เคสที่จะแนะนำในวันนี้คือเคสของคนไข้ที่เข้ารับการศัลยกรรมลดโหนกแก้ม (malar reduction) และการเลื่อนคางไปด้านหน้า (genioplasty) ร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาโหนกแก้มที่นูนเด่นและลักษณะคางที่ดูสั้นไปพร้อมๆ กัน

1. การวิเคราะห์สภาพก่อนผ่าตัด: ข้อจำกัดของซิลิโคนเดิม

คนไข้รายนี้เคยมีประวัติการทำศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคนเพื่อแก้ไขลักษณะปากที่ดูยื่นในอดีต แต่เนื่องจากขนาดของซิลิโคนที่ใส่เข้าไปมีขนาดเล็ก จึงยังคงมีลักษณะคางสั้นหลงเหลืออยู่ และเมื่อมองจากด้านหน้าและมุม 45 องศา โหนกแก้มจะดูนูนและขรุขระ ทำให้โครงหน้าดูไม่เรียบเนียน

นอกจากนี้ ยังพบว่าบริเวณร่องแก้มดูยุบลง ทำให้ปากดูยื่นออกมามากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เราจึงได้วางแผนการผ่าตัดแบบผสมผสานที่ครอบคลุมถึงการปรับปรุงโครงสร้างกระดูกอย่างถ่องแท้ แทนที่จะเป็นการเปลี่ยนซิลิโคนเพียงอย่างเดียว

  • การถอดซิลิโคนคางเดิมและสกรูยึดออก
  • การเลื่อนคางไปด้านหน้า โดยการดึงกระดูกมาด้านหน้าโดยตรง
  • การศัลยกรรมลดโหนกแก้ม เพื่อปรับโครงหน้าให้เรียบเนียน
  • การปลูกถ่ายกระดูกร่องแก้ม โดยใช้เนื้อเยื่อของตัวเองที่ตัดออกจากโหนกแก้ม

2. การวินิจฉัยอย่างละเอียดและจุดสำคัญของการผ่าตัด

จากผลการตรวจ X-ray และ CT scan พบว่ามีซิลิโคนขนาดเล็กประมาณ 3 มม. ที่เคยใส่ไว้บริเวณปลายคาง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะให้มิติบนใบหน้าตามที่คนไข้ต้องการ

การเลื่อนคางไปด้านหน้าโดยใช้กระดูกของตัวเอง

หลังจากถอดซิลิโคนเดิมออกแล้ว ได้ทำการตัดกระดูกขากรรไกรล่างของคนไข้และเลื่อนไปด้านหน้าในปริมาณที่เพียงพอมากกว่าซิลิโคนเดิม จากนั้นยึดให้แน่นด้วยเพลทและสกรูเพื่อสร้างเส้นสายที่ดูเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอม รอยต่อ (ลักษณะขั้นบันได) ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการตัดกระดูก ได้รับการตกแต่งให้เป็นเส้นกรามที่เรียบเนียนผ่านการตัดแต่งกระดูกให้เรียบ

การรีไซเคิลกระดูกโหนกแก้ม: การปลูกถ่ายกระดูกร่องแก้ม

เราได้ทำการปลูกถ่ายกระดูกร่องแก้มควบคู่ไปด้วย โดยนำกระดูกส่วนเกินที่ถูกตัดออกระหว่างการศัลยกรรมลดโหนกแก้มมาปลูกถ่ายบริเวณร่องแก้มแทนที่จะทิ้งไป วิธีนี้มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพสูงกว่าซิลิโคนเทียม และช่วยเพิ่มวอลลุ่มบริเวณร่องแก้ม เพื่อสร้างใบหน้าส่วนกลางให้ดูมีมิติ

3. ความคืบหน้าหลังการผ่าตัดและขั้นตอนการฟื้นตัว

ผลจากการตรวจสอบผ่าน CT scan ทันทีหลังการผ่าตัด พบว่าความกว้างของใบหน้าส่วนล่างที่เคยดูกว้างได้ลดลง และปลายคางยื่นออกมาด้านหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ได้รูปหน้าที่ดูมีมิติสมบูรณ์แบบ

สรุปการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา

  • หลังผ่าตัด 2 เดือน: เป็นช่วงที่อาการบวมใหญ่ค่อยๆ ลดลงและโครงหน้าเริ่มชัดเจนขึ้น สามารถสัมผัสได้ถึงแนวโหนกแก้มที่เคยขรุขระกลับมาดูนุ่มนวลขึ้น
  • หลังผ่าตัด 6 เดือน~1 ปี: เป็นช่วงที่อาการบวมเล็กน้อยหายไปจนหมดและเนื้อเยื่อกระดูกเริ่มคงที่ ปลายคางจะดูเรียวขึ้นและสามารถคาดหวังผลลัพธ์ทางสายตาที่ทำให้ขนาดใบหน้าดูเล็กลงได้

4. ข้อควรระวังในการศัลยกรรมปรับโครงหน้า

การศัลยกรรมปรับโครงหน้าเป็นการผ่าตัดที่มีความยากสูงเนื่องจากต้องจัดการกับกระดูก ดังนั้นการระบุตำแหน่งของเส้นประสาทอย่างแม่นยำจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ อาจเกิดอาการชาชั่วคราว อาการบวม และรอยช้ำหลังการผ่าตัดได้ แต่อาการเหล่านี้มักจะทุเลาลงเมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากโครงสร้างกระดูกของคนไข้แต่ละรายมีความแตกต่างกัน วิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมจึงแตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงต้องเข้ารับการปรึกษาอย่างละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ

Like