삼사오성형외과 공식블로그

2026-06-04

โอกาสเกิดพังผืดรัดถุงซิลิโคนและอาการเป็นอย่างไร? ข้อมูลผลข้างเคียงที่ต้องรู้ก่อนศัลยกรรมหน้าอก

รวบรวมข้อมูลสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาตามระยะของภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน (Capsular Contracture) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่หลายคนกังวลที่สุดเมื่อคิดจะทำศัลยกรรมหน้าอก พร้อมอธิบายสาเหตุที่พังผืดหนาตัวขึ้น และแนวโน้มการเกิดที่ลดลงด้วยเทคโนโลยีซิลิโคนรุ่นใหม่ล่าสุดจากมุมมองของแพทย์เฉพาะทาง

โอกาสเกิดพังผืดรัดถุงซิลิโคนและอาการเป็นอย่างไร? ข้อมูลผลข้างเคียงที่ต้องรู้ก่อนศัลยกรรมหน้าอก

หากคุณกำลังวางแผนทำศัลยกรรมหน้าอก แน่นอนว่าย่อมคาดหวังถึงรูปทรงและสัมผัสที่น่าพึงพอใจ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน (Capsular Contracture) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงหลักของการเสริมหน้าอก และเป็นหัวข้อที่คนไข้หลายท่านมักสอบถามบ่อยที่สุดในระหว่างการปรึกษา วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจอย่างละเอียดตั้งแต่ความหมาย สาเหตุ ไปจนถึงแนวทางการแก้ไขด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุดกันครับ

1. ภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคนคืออะไร? ความหมายและอาการหลัก

ในภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคน (Capsular Contracture) คำว่า 'Capsular' หมายถึงลักษณะที่กลมเหมือนลูกบอล และ 'Contracture' หมายถึงปรากฏการณ์ที่เนื้อเยื่อหดรัดตัวจนแข็ง เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอย่างซิลิโคนเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายของเราจะสร้าง 'พังผืด (แคปซูล)' บางๆ ขึ้นมาล้อมรอบเพื่อป้องกันตัวเอง ภาวะนี้คือการที่พังผืดดังกล่าวหนาตัวขึ้นอย่างผิดปกติจนไปบีบรัดซิลิโคนนั่นเองครับ

  • การเปลี่ยนแปลงของสัมผัส: หน้าอกไม่นิ่มและรู้สึกแข็งเหมือนลูกบอลยาง
  • การเสียรูปทรง: ซิลิโคนถูกดันขึ้นด้านบน ทำให้เกิดอาการ 'เต้าลอย' หรือหน้าอกส่วนบนนูนขึ้น
  • การเคลื่อนที่: ความสมมาตรของหน้าอกทั้งสองข้างเสียไป หรือซิลิโคนอาจเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง

2. สาเหตุหลักของการเกิดพังผืดรัดถุงซิลิโคน: การติดเชื้อและพังผืด

สาเหตุหลักของภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคนเป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเพียงเล็กน้อยในระหว่างขั้นตอนการใส่ซิลิโคน หากมีแบคทีเรียเกาะติดที่พื้นผิวของซิลิโคนระหว่างการผ่าตัด จะทำให้เกิดแผ่นฟิล์มที่เรียกว่า 'ไบโอฟิล์ม (Biofilm)' ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้จะกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้พังผืดหนาตัวขึ้นอย่างผิดปกติ

นอกจากนี้ หากซิลิโคนแตกรั่วจนสารซิลิโคนออกมากระตุ้นพังผืดอย่างต่อเนื่อง หรือก้อนเลือด (Hematoma) ที่เกิดขึ้นระหว่างการผ่าตัดไม่ถูกดูดซึมอย่างเหมาะสม ก็อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดพังผืดรัดถุงซิลิโคนได้เช่นกัน ดังนั้น การรักษาสภาพปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัดและการห้ามเลือดอย่างประณีตระหว่างการผ่าตัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

3. การแบ่งระดับตาม Baker (Baker’s Classification) และการวินิจฉัย

ความรุนแรงของภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคนมักจะได้รับการวินิจฉัยโดยใช้ตัวชี้วัด 4 ระดับที่เรียกว่า การแบ่งระดับตาม Baker (Baker’s classification)

  • ระดับที่ 1: หน้าอกดูเป็นธรรมชาติและสัมผัสนุ่มนวล ซึ่งเป็นสภาวะปกติ
  • ระดับที่ 2: ภายนอกดูปกติ แต่รู้สึกแข็งเล็กน้อยเมื่อสัมผัส
  • ระดับที่ 3: สามารถมองเห็นขอบของซิลิโคนได้ด้วยตาเปล่า สัมผัสแข็งอย่างชัดเจน และรูปทรงเริ่มเปลี่ยนไป
  • ระดับที่ 4: หน้าอกแข็งมาก รูปทรงบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง และมีอาการปวดร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีเนื้อเยื่อหน้าอกเดิมน้อย อาจรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ในระดับที่ 2 เท่านั้น จึงควรมีการสังเกตอาการทางคลินิกร่วมด้วย

4. โอกาสเกิดและความปลอดภัยตามประเภทของซิลิโคน

ในอดีตมีรายงานว่าอัตราการเกิดพังผืดรัดถุงซิลิโคนสูงถึง 15~20% แต่ในปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาเทคนิคการผ่าตัดและการใช้ซิลิโคนที่ปลอดภัยและได้รับการรับรองจาก FDA (เช่น Mentor, Allergan, Sientra เป็นต้น) ทำให้อัตราการเกิดลดลงอย่างมากจนเหลือน้อยกว่า 5%

ในอดีตเชื่อกันว่าซิลิโคนผิวทราย (Textured) มีข้อได้เปรียบเรื่องการเกิดพังผืดมากกว่าซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth) แต่เมื่อไม่นานมานี้ ซิลิโคนผิวทรายแบบหยาบ (Macro-textured) ถูกจำกัดการใช้งานเนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งหายากชนิดหนึ่ง (BIA-ALCL) ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จึงขอแนะนำให้เลือกประเภทที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด โดยพิจารณาจากข้อดีและข้อเสียของซิลิโคนแต่ละชนิด

5. การป้องกันและการรักษา: เมื่อใดที่จำเป็นต้องผ่าตัดแก้

เมื่อเกิดภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคนและพังผืดหนาตัวขึ้นแล้ว จะไม่สามารถบางลงได้เองตามธรรมชาติ ในระยะเริ่มต้นที่มีอาการเพียงเล็กน้อย อาจใช้วิธีรับประทานยาและติดตามอาการไปก่อนได้ แต่หากลุกลามไปจนถึงระดับที่ 3~4 แนะนำให้เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด

  • การผ่าตัดนำพังผืดออก: เป็นการผ่าตัดเพื่อนำพังผืดที่หนาตัวผิดปกติออกไป
  • การเปลี่ยนซิลิโคน: นำซิลิโคนเดิมออกและใส่ซิลิโคนใหม่เข้าไป หรือเปลี่ยนชั้นที่ใส่ซิลิโคน

แม้ว่าโอกาสเกิดภาวะพังผืดรัดถุงซิลิโคนจะลดลงแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นผลข้างเคียงที่ต้องระมัดระวัง ก่อนการผ่าตัดควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดและปรึกษาแพทย์อย่างเพียงพอ เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยทางร่างกายของตนเอง และควรเลือกทำการผ่าตัดในสถานพยาบาลที่มีระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานครับ

Like