2026-06-04
ประเภทของการร้อยไหมและวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ: คู่มือการออกแบบเฉพาะบุคคลเพื่อแก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย
การร้อยไหม (Thread lifting) คือขั้นตอนการใช้เงี่ยงไหมเพื่อยึดเกาะเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยและยกกระชับผิวขึ้น ตั้งแต่การเลือกใช้ไหมละลายและไหมไม่ละลาย ไปจนถึงการออกแบบทิศทางเพื่อป้องกันรอยบุ๋ม (Dimple) เรารวบรวมข้อมูลทางการแพทย์และหลักการรักษาที่คุณควรรู้เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมาไว้ที่นี่อย่างละเอียด

การร้อยไหม (Thread Lifting) คืออะไร? หลักการและประเภทของเส้นไหม
หลายท่านอาจคิดว่าการร้อยไหมเป็นหัตถการที่ค่อนข้างง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นหัตถการที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งความเข้าใจอย่างละเอียดและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษาคือสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้กับผลลัพธ์ หลักการพื้นฐานของการร้อยไหมคือการใช้เงี่ยงขนาดเล็ก (Cog) ที่อยู่รอบเส้นไหม ดึงรั้งเนื้อเยื่อผิวที่หย่อนคล้อยและยึดไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อฟื้นฟูความยืดหยุ่น

การแบ่งประเภทของเส้นไหมที่ใช้ในการร้อยไหม
เส้นไหมที่ใช้ในการร้อยไหมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้
- ไหมละลาย (Absorbable): เป็นเส้นไหมที่จะสลายตัวและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง โดยสามารถคาดหวังผลลัพธ์เพิ่มเติมในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้
- ไหมไม่ละลาย (Non-absorbable): เป็นเส้นไหมที่จะคงอยู่ในร่างกายเพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่ออย่างต่อเนื่อง และมักใช้ในกรณีที่ต้องการแรงดึงรั้งสูง


อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังการรักษาและความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างใบหน้า
หลังจากการร้อยไหม อาจเกิดปฏิกิริยาชั่วคราวดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการฟื้นตัว และจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
- รู้สึกแสบเล็กน้อยหรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมบริเวณที่ร้อยไหม
- ปฏิกิริยาการอักเสบเล็กน้อย เช่น รอยช้ำ หรืออาการบวม
- รู้สึกตึงจากการที่เนื้อเยื่อถูกดึงรั้ง

สาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูบานขึ้นหรือโหนกแก้มดูเด่นชัด
เนื่องจากการร้อยไหมไม่ใช่การผ่าตัดกรีดผิวหนังเพื่อตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออก เนื้อเยื่อที่อยู่ด้านล่างจึงถูกย้ายขึ้นไปด้านบน ซึ่งอาจทำให้เกิดการกระจุกตัวของวอลลุ่มในบางจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงหน้าของคนเกาหลีที่มักมีโหนกแก้มชัดเจนและมีเส้นเอ็นยึดเกาะที่แข็งแรง หากดึงรั้งในแนวทแยงมุมมากเกินไปเพื่อแก้ไขร่องแก้ม เนื้อเยื่ออาจไปกองรวมกันบริเวณโหนกแก้ม ทำให้ใบหน้าดูบานขึ้นได้
ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ จึงไม่ควรเป็นเพียงแค่การดึงรั้งธรรมดา แต่การออกแบบทิศทางแบบ 3 มิติที่คำนึงถึงโครงกระดูกและสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคลนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ประเภทของการร้อยไหม: แบบยึดติด (Fix) vs แบบไม่ยึดติด (Floating)
ระยะเวลาในการคงสภาพและโอกาสในการเคลื่อนที่ของเส้นไหมจะแตกต่างกันไปตามวิธีการยึดเกาะของเส้นไหม
1. แบบไม่ยึดติด (Floating type)
เป็นวิธีการสอดเส้นไหมโดยไม่ยึดติดกับจุดใดจุดหนึ่ง หากใช้เส้นไหมที่มีเงี่ยงเพียงทิศทางเดียวหรือมีการออกแบบที่ไม่เหมาะสม เมื่อเวลาผ่านไป เส้นไหมอาจเลื่อนต่ำลงมา หรือปลายเส้นไหมอาจโผล่ให้เห็นทะลุผิวหนังได้
2. แบบยึดติด (Fix type)
เป็นวิธีการยึดเกาะกับเนื้อเยื่ออย่างแน่นหนา การใช้เส้นไหมที่ออกแบบให้มีเงี่ยงสองทิศทางจะช่วยลดโอกาสที่เส้นไหมจะเคลื่อนที่หรือหย่อนคล้อยลงได้ ความแม่นยำของมุมที่สอดไหมและตำแหน่งที่ยึดเกาะคือหัวใจสำคัญของการรักษานี้

วิธีรับมือกับปัญหาไหมทะลุและรอยบุ๋ม (Dimple)
หลังการรักษาอาจเกิดรอยบุ๋ม (Dimple) ที่ทำให้ผิวดูขรุขระ หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมเมื่อสัมผัสโดนเส้นไหม อาการส่วนใหญ่จะทุเลาลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากสอดเส้นไหมตื้นเกินไปหรือเส้นไหมเกิดการเคลื่อนที่ ควรเข้ารับการแก้ไขอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้ทำการรักษา
ในกรณีที่สัมผัสได้ถึงปลายเส้นไหมหรือมองเห็นเส้นไหมทะลุผิว สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยการนำเส้นไหมบริเวณนั้นออกหรือปรับตำแหน่งผ่านรูเข็มขนาดเล็กโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็น ควรระมัดระวังไม่กดหรือสัมผัสอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบได้

สรุป: การทำหัตถการควบคู่เพื่อความพึงพอใจที่สูงขึ้น
การร้อยไหมมีประสิทธิภาพอย่างมากในการจัดเรียงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยใหม่ แต่ในกรณีที่มีไขมันมากเกินไปหรือน้อยเกินไป การทำร่วมกับหัตถการอื่นจะช่วยเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้นได้
- ทำร่วมกับการดูดไขมัน: ในกรณีที่มีไขมันส่วนเกินมาก เช่น เหนียง การดูดไขมันออกก่อนแล้วจึงทำการยกกระชับ จะช่วยให้ได้กรอบหน้าที่คมชัดยิ่งขึ้น
- ทำร่วมกับการฉีดไขมัน: การเติมวอลลุ่มในบริเวณที่มีแก้มตอบอย่างรุนแรงไปพร้อมกับการยกกระชับ จะช่วยให้คาดหวังรูปหน้าที่ดูมีมิติมากยิ่งขึ้นได้
ที่ 345 Plastic Surgery เราไม่ได้ทำเพียงแค่การสอดเส้นไหมเข้าไปเท่านั้น แต่เรายังช่วยคืนกรอบหน้าที่เต่งตึงให้กับคุณด้วยการออกแบบทิศทางอย่างแม่นยำให้เหมาะสมกับโครงสร้างทางกายวิภาคของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย
ไหมที่ใช้ในการร้อยไหมจะละลายไปตามกาลเวลาหรือไม่?
ใช่ ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้ มีไหมละลาย (ชนิดดูดซึมได้) ที่จะสลายไปเองตามธรรมชาติในร่างกายเมื่อเวลาผ่านไปและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และไหมไม่ละลาย (ชนิดไม่ดูดซึม) ที่จะคงอยู่ในร่างกายเพื่อพยุงเนื้อเยื่ออย่างต่อเนื่อง
ใบหน้าอาจดูกว้างขึ้นหลังจากการร้อยไหมหรือไม่?
ใช่ เมื่อเนื้อเยื่อเคลื่อนที่ขึ้นไปด้านบน ปริมาตรอาจกระจุกตัวในบางบริเวณ ทำให้ใบหน้าดูกว้างขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเกาหลีที่มีโครงสร้างโหนกแก้มที่เด่นชัด หากดึงไหมในแนวทแยงมุมมากเกินไปเพื่อปรับปรุงร่องแก้ม โหนกแก้มอาจดูเด่นชัดขึ้นได้ ดังนั้นการออกแบบทิศทางแบบสามมิติจึงเป็นสิ่งสำคัญ
จะทำอย่างไรกับภาวะผิวบุ๋มที่ไม่เรียบเนียนหลังการทำหัตถการ?
ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม หากไหมถูกสอดเข้าไปตื้นเกินไปหรือเคลื่อนที่ ทำให้ปลายไหมสัมผัสได้และมองเห็นได้ อย่ากดทับโดยเด็ดขาด แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อนำไหมออกหรือปรับตำแหน่งผ่านรูเข็มเล็กๆ
มีหัตถการเสริมใดบ้างที่เหมาะกับการทำร่วมกับการร้อยไหม?
ใช่ ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของแต่ละบุคคล สามารถทำร่วมกับการดูดไขมันหรือการฉีดไขมันได้ สำหรับบริเวณที่มีไขมันส่วนเกินมาก เช่น คางสองชั้น สามารถทำการดูดไขมันได้ และสำหรับบริเวณแก้มที่ยุบมาก สามารถทำการฉีดไขมันร่วมด้วย เพื่อให้ได้รูปหน้าที่มีมิติและคมชัดยิ่งขึ้น