삼사오성형외과 공식블로그

2026-06-04

สรุปความแตกต่างระหว่าง โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ vs สกินโบท็อกซ์: คู่มือแนะนำผลลัพธ์และชนิดของโบท็อกซ์

โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ (Muscle Botox) และสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox หรือ Dermotoxin) ใช้สารโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) เหมือนกัน แต่ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนขึ้นอยู่กับชั้นผิวที่ฉีดและจุดประสงค์ เราจะมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์คุณสมบัติรวมถึงข้อควรระวังของโบท็อกซ์กล้ามเนื้อที่ช่วยลดกรามและริ้วรอยร่องลึก กับสกินโบท็อกซ์ที่มีประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยตื้นๆ กระชับรูขุมขน และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวอย่างละเอียด

สรุปความแตกต่างระหว่าง โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ vs สกินโบท็อกซ์: คู่มือแนะนำผลลัพธ์และชนิดของโบท็อกซ์

1. โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) คืออะไร?

โบท็อกซ์ คือการนำสารโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) ที่ผ่านการสกัดให้บริสุทธิ์มาฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อหรือชั้นผิวหนังตื้นๆ โดยอาศัยหลักการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อที่ใหญ่เกินไป หรือลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า ในปัจจุบันมีการแบ่งประเภทการฉีดตามวิธีการฉีดออกเป็น โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ (Muscle Botox) และสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox)

2. เปรียบเทียบ โบท็อกซ์กล้ามเนื้อ vs สกินโบท็อกซ์ (Dermotoxin)

แม้ว่าทั้งสองวิธีจะใช้สารชนิดเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปตาม 'ตำแหน่งและวิธีการ' ที่ฉีด

หัวข้อโบท็อกซ์กล้ามเนื้อสกินโบท็อกซ์ (Dermotoxin)
ตำแหน่งที่ฉีดชั้นกล้ามเนื้อ (ชั้นลึก)ชั้นหนังแท้ (ชั้นผิวหนังตื้น)
จุดประสงค์หลักลดกราม, ปรับรูปทรงบ่า/น่อง, ลดเลือนริ้วรอยร่องลึกจากการแสดงสีหน้าลดริ้วรอยตื้นๆ, กระชับรูขุมขน, ควบคุมความมัน, เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
วิธีการฉีดฉีดเน้นเฉพาะจุดบริเวณกล้ามเนื้อที่ต้องการฉีดกระจายปริมาณน้อยๆ ให้ทั่วบริเวณผิวหน้า

3. คุณสมบัติของโบท็อกซ์แต่ละชนิด: Xeomin และ WonderTox

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวและจุดประสงค์ของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญมาก

  • Xeomin (เซโอมิน): เป็นโบท็อกซ์บริสุทธิ์ที่สกัดเอาโปรตีนเชิงซ้อนออกไป ช่วยลดความเสี่ยงในการดื้อยาที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดซ้ำหลายๆ ครั้ง
  • WonderTox (วันเดอร์ท็อกซ์): เป็นผลิตภัณฑ์ของเกาหลีที่ได้รับการรับรองจาก อย. เกาหลี (KFDA) ให้ผลลัพธ์ที่ดีในการลดเลือนริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยระหว่างคิ้ว

4. บริเวณที่สามารถฉีดได้: ตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึงรูปร่าง

โบท็อกซ์ไม่เพียงแต่ใช้กับใบหน้าเท่านั้น แต่ยังนิยมนำมาใช้ในการปรับรูปร่างอีกด้วย

  • ใบหน้า: กราม, หน้าผาก, หว่างคิ้ว, หางตา, สันจมูก, คางบุ๋ม (Pebble Chin)
  • รูปร่าง: กล้ามเนื้อบ่า (Trapezius), กล้ามเนื้อน่อง, ต้นขา
  • บริเวณพิเศษ: ปรับรูปหน้าจากภาวะต่อมน้ำลายโต (ต่อมน้ำลายหน้าหู/ใต้กราม)

5. ระยะเวลาพักฟื้นและข้อควรระวังหลังทำ

หลังฉีดอาจมีอาการผิวแห้ง รู้สึกร้อน รอยแดง หรือรอยบวมเกิดขึ้นชั่วคราว ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วัน

  • โบท็อกซ์กราม: ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่แข็งหรือเหนียวในช่วง 2-3 วันหลังทำ
  • โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย: อาจมีอาการปากแห้งชั่วคราว จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ข้อควรระวังทั่วไป: ควรหลีกเลี่ยงการถูหรือนวดคลึงบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง

ที่ 345 Skin Clinic (คลินิกผิวหนังซัมซาโอ) เรายึดหลักการใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยจะวิเคราะห์การกระจายตัวของกล้ามเนื้อและความหนาของผิวหนังของคนไข้อย่างละเอียด เพื่อออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ขอแนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาอย่างละเอียดกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำ

Like