삼사오성형외과 공식블로그

2026-06-04

ผลลัพธ์และระยะเวลาพักฟื้นของการดึงหน้า (Facelift) เป็นอย่างไร? โซลูชันยกกระชับเฉพาะบุคคลที่ช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็น

สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยและริ้วรอยจากผิวที่ร่วงโรยตามวัย เราขอแนะนำหลักการของการศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) บริเวณที่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขั้นตอนการดูแลหลังทำอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีการยกกระชับที่ดูเป็นธรรมชาติและให้ผลลัพธ์ยาวนาน ผ่านการเลาะชั้น SMAS (ชั้นกล้ามเนื้อ) อย่างแม่นยำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผลลัพธ์และระยะเวลาพักฟื้นของการดึงหน้า (Facelift) เป็นอย่างไร? โซลูชันยกกระชับเฉพาะบุคคลที่ช่วยลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็น

ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) ลบร่องรอยแห่งวัย ทำไมถึงจำเป็น?

เมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลงและริ้วรอยที่ลึกขึ้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็อาจทำให้เกิดความเครียดได้ทุกครั้งที่ส่องกระจก หากคุณรู้สึกว่าการทำเลเซอร์หรือร้อยไหมเพียงอย่างเดียวไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป การศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) ที่ช่วยยกกระชับตั้งแต่ชั้นผิวลึกอาจเป็นทางเลือกที่ดี 345 Plastic Surgery ขอเสนอโซลูชันการยกกระชับที่แม่นยำและปรับให้เข้ากับสภาพความร่วงโรยของผิวในผู้ป่วยแต่ละราย

ทำไมความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางจึงสำคัญ?

การศัลยกรรมดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกี่ยวข้องกับบริเวณที่มีเส้นประสาทและหลอดเลือดบนใบหน้าหนาแน่น นพ. ฮันกยูนำ (Han Kyu-nam) ผู้อำนวยการของ 345 Plastic Surgery เป็นผู้ทำการผ่าตัดอย่างประณีตเพื่อลดความเสียหายของเนื้อเยื่อ โดยอาศัยประสบการณ์ทางคลินิกที่สั่งสมมาจากการวิจัยด้านการยกกระชับมาอย่างยาวนาน ด้วยประสบการณ์การผ่าตัดยกกระชับกว่า 2,000 เคส จึงสามารถกำหนดขอบเขตการเลาะเนื้อเยื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลได้

หัวใจสำคัญคือการเลาะชั้น SMAS (ชั้นกล้ามเนื้อ) ไม่ใช่แค่ผิวชั้นนอก

กุญแจสำคัญของการศัลยกรรมดึงหน้าที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่การดึงผิวหนัง แต่เป็นการเลาะ ชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System หรือชั้นระบบเนื้อเยื่อพังผืดและกล้ามเนื้อระดับตื้น) เนื่องจากความร่วงโรยของผิวไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ผิวชั้นนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชั้นกล้ามเนื้อด้านในด้วย

  • การเลาะอย่างประณีต: ต้องแยกชั้นผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อออกจากกันอย่างละเอียดแล้วจึงดึงกระชับ เพื่อรักษาการแสดงสีหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่หลอกตา
  • ยืดระยะเวลาของผลลัพธ์: เนื่องจากมีการยึดเกาะอย่างแน่นหนาตั้งแต่ชั้นกล้ามเนื้อด้านใน จึงสามารถคาดหวังผลลัพธ์การยกกระชับที่คงอยู่ได้อย่างยาวนาน

โซลูชันยกกระชับเฉพาะบุคคลตามช่วงวัย

ตั้งแต่อายุ 30 ไปจนถึง 50 ปีขึ้นไป บริเวณที่มีความกังวลและระดับความร่วงโรยของผิวจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัย ที่ 345 Plastic Surgery เราจะวิเคราะห์สภาพปัจจุบันอย่างละเอียดผ่านการปรึกษาเชิงลึกแบบ 1:1

  • ช่วงวัย 30~40 ปี: แก้ไขปัญหาแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยและไขมันกระพุ้งแก้ม (jowl fat) เพื่อสร้างกรอบหน้าที่เรียบเนียน
  • ช่วงวัย 50 ปีขึ้นไป: สามารถพิจารณาการดึงหน้าแบบเต็มรูปแบบ (FULL Facelift) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ร่องแก้มที่ลึกขึ้น ร่องน้ำตา (Indian folds) เหนียงที่หย่อนคล้อย ไปจนถึงริ้วรอยลำคอ

การดึงหน้าแบบ FULL Facelift vs มินิลิฟติ้ง (Mini Lifting) ต่างกันอย่างไร?

การดึงหน้าแบบ FULL Facelift จะมีขอบเขตการกรีดและการเลาะเนื้อเยื่อที่กว้างกว่าเมื่อเทียบกับการทำมินิลิฟติ้ง จึงมีข้อได้เปรียบในการแก้ไขความหย่อนคล้อยในพื้นที่ที่กว้างกว่า ตั้งแต่ร่องน้ำตาไปจนถึงกรอบหน้า และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นพ. ฮันกยูนำ ผู้อำนวยการคลินิก หลีกเลี่ยงการผ่าตัดที่เกินความจำเป็น และจะเสนอวิธีการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับสภาพปัจจุบันของผู้ป่วย

ระบบ '345 Doctor Call' ช่วยฟื้นฟูหลังการผ่าตัด

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดหลังการศัลยกรรมดึงหน้าคือระยะเวลาพักฟื้นและอาการปวด 345 Plastic Surgery ให้บริการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างเป็นระบบตั้งแต่หลังผ่าตัดทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง '345 Doctor Call' ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ผู้อำนวยการคลินิกจะโทรศัพท์ไปตรวจสอบอาการของผู้ป่วยด้วยตนเองภายใน 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด และตอบข้อสงสัยต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจและคลายความกังวล

การศัลยกรรมดึงหน้าที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่การดึงให้ตึง แต่เป็นการคืนมิติให้กับใบหน้าโดยคำนึงถึงความกลมกลืนของใบหน้า เราหวังว่าคุณจะได้ภาพลักษณ์ที่ดูสุขภาพดีและสดใสกลับคืนมา ด้วยโซลูชันการยกกระชับที่ผสานทักษะความเชี่ยวชาญและการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างใส่ใจ

https://www.youtube.com/watch?v=zBU5iDWcm08

https://www.youtube.com/watch?v=uGmlyXBJMFI

Like