삼사오성형외과 공식블로그

2026-06-04

กังวลเรื่องการถอดซิลิโคนเสริมหน้าอกอยู่หรือไม่? คู่มือระยะของพังผืดหดรัดและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแก้หน้าอก

ปัจจุบันมีผู้ที่กำลังพิจารณาถอดหรือเปลี่ยนซิลิโคนเสริมหน้าอกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความไม่พอใจในรูปทรงหลังทำ หรืออาการที่ไม่คาดคิดเช่น พังผืดหดรัด (Capsular Contracture) บทความนี้จะเจาะลึกถึงลักษณะของพังผืดหดรัดในแต่ละระยะซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการศัลยกรรมแก้หน้าอก ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัด และข้อดีของซิลิโคนแต่ละชนิด เช่น Motiva, Mentor และ Sebbin จากมุมมองของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

กังวลเรื่องการถอดซิลิโคนเสริมหน้าอกอยู่หรือไม่? คู่มือระยะของพังผืดหดรัดและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแก้หน้าอก

เหตุผลที่ต้องถอดซิลิโคนเสริมหน้าอกและศัลยกรรมแก้หน้าอก

ในปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากเลือกศัลยกรรมเสริมหน้าอกเพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้กับสัดส่วนของร่างกาย แต่ก็มีหลายกรณีที่ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือรู้สึกไม่พอใจกับรูปทรงและสัมผัส จนนำไปสู่การพิจารณาถอดซิลิโคนเสริมหน้าอก โดยเฉพาะผลข้างเคียงอย่างพังผืดหดรัด (Capsular Contracture) ที่ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึกไม่สบายทางร่างกาย แต่ยังก่อให้เกิดความเครียดทางจิตใจ ดังนั้นการปรึกษากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ระยะและอาการของพังผืดหดรัด (Capsular Contracture)

พังผืดหดรัด คือภาวะที่พังผืด (Capsule) ที่ห่อหุ้มซิลิโคนมีความหนาตัวขึ้นอย่างผิดปกติหรือแข็งตัว ทำให้สัมผัสของหน้าอกดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งสามารถแบ่งระดับความรุนแรงของอาการได้ตั้งแต่ระดับ 1 ถึงระดับ 4

  • ระดับ 1~2: แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่เป็นระยะที่อาจรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมเล็กน้อย หรือสัมผัสมีความตึงกระชับขึ้นบ้าง
  • ระดับ 3~4: หน้าอกดูแข็งตึงเมื่อมองด้วยตาเปล่า อาจเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน หรือมีอาการปวดร่วมด้วย ในกรณีนี้แนะนำให้ทำการแก้ไขด้วยการศัลยกรรมแก้หน้าอก

ช่วงเวลาในการแก้หน้าอก ควรตัดสินใจเมื่อไหร่ดี?

โดยทั่วไปแล้ว การศัลยกรรมแก้หน้าอกแนะนำให้ทำเมื่อผ่านไป อย่างน้อย 6 เดือนหลังจากการผ่าตัดครั้งแรก เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้ซิลิโคนที่ใส่เข้าไปและเนื้อเยื่อโดยรอบเข้าที่และมีความเสถียรเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม หากพบว่าซิลิโคนฉีกขาด (Rupture) หรือมีการอักเสบรุนแรง อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ทันทีแม้จะยังไม่ถึง 6 เดือนก็ตาม ดังนั้นการเข้ารับการตรวจอัลตราซาวนด์เป็นประจำเพื่อวินิจฉัยสภาพปัจจุบันอย่างแม่นยำจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

ชนิดและจุดเด่นของซิลิโคนเสริมหน้าอกที่เหมาะกับคุณ

ในการผ่าตัดแก้หน้าอก เมื่อต้องถอดซิลิโคนเดิมออกและเปลี่ยนเป็นซิลิโคนใหม่ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความชอบส่วนบุคคลในเรื่องของรูปทรง

  • Motiva: โดดเด่นด้วยการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ที่รูปทรงสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นธรรมชาติไปตามการเคลื่อนไหว โดยอาศัยคุณสมบัติความยืดหยุ่นและความหนืด (Viscoelasticity) ที่ยอดเยี่ยม
  • Mentor: เป็นซิลิโคนที่มีประวัติการใช้งานทางคลินิกมาอย่างยาวนาน มีหลากหลายขนาดและอัตราการเติมเต็มที่แม่นยำ ทำให้สามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่เสถียรได้
  • Sebbin: มีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกดทับภายนอกได้ดีเยี่ยม เนื่องจากเปลือกหุ้ม (Shell) และเจลด้านใน (Gel) ยึดเกาะกันอย่างแน่นหนา และมีความสามารถในการคืนรูปทรงเดิมได้ดี

เคล็ดลับสำหรับการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างเป็นระบบและการพักฟื้น

การศัลยกรรมแก้หน้าอกมีความยากมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก ดังนั้นการดูแลหลังการผ่าตัดจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่โรงพยาบาลศัลยกรรม 345 (345 Plastic Surgery) เรามีโปรแกรมการพักฟื้นแบบ 1:1 ที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล เช่น Omega Light, การบำบัดด้วยความร้อน และ Healite เพื่อช่วยลดอาการบวมและช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคนิคในการเลาะพังผืดที่หนาตัวขึ้นอย่างประณีตถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ขอแนะนำให้พิจารณาความเชี่ยวชาญและเซนส์ในการออกแบบของทีมแพทย์อย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

พังผืดรัดถุงเต้านมหลังเสริมหน้าอกคืออะไร?

หมายถึงภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการที่พังผืดรอบซิลิโคนเสริมหน้าอกหนาตัวขึ้นหรือแข็งตัวผิดปกติ แบ่งออกเป็น 4 ระดับตามอาการ และในระดับ 3-4 เต้านมจะแข็งและอาจมีอาการปวดร่วมด้วย จึงแนะนำให้ทำการผ่าตัดแก้ไข

เมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก?

โดยทั่วไป แนะนำให้ทำการผ่าตัดแก้ไขหลังจากผ่าตัดครั้งแรกไปแล้วอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ซิลิโคนและเนื้อเยื่อรอบข้างจะเข้าที่อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม หากมีการแตกของซิลิโคนหรือการอักเสบรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการรักษาทันทีแม้จะยังไม่ครบ 6 เดือนก็ตาม

หากซิลิโคนแตก ต้องรอ 6 เดือนหรือไม่?

ไม่ หากพบว่าซิลิโคนแตกหรือมีการอักเสบรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ทันที แม้จะยังไม่ครบ 6 เดือน ก็ควรได้รับการวินิจฉัยสภาพปัจจุบันอย่างแม่นยำผ่านการตรวจอัลตราซาวด์เป็นประจำ และตัดสินใจเรื่องการผ่าตัดอย่างรวดเร็ว

ในการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก สามารถเลือกซิลิโคนแบบใดได้บ้าง?

สามารถเลือกซิลิโคน Motiva, Mentor, Sebbin เป็นต้น ตามสภาพร่างกายและความชอบส่วนบุคคล Motiva มีจุดเด่นที่การเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ Mentor มีประวัติทางคลินิกยาวนาน และ Sebbin มีข้อดีคือทนทานต่อแรงกดภายนอกและมีความสามารถในการคืนรูปทรงเดิมได้ดีเยี่ยม

การดูแลหลังการผ่าตัดแก้ไขหน้าอกเป็นอย่างไร?

มีการดูแลผ่านโปรแกรมฟื้นฟูแบบ 1:1 ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล เช่น Omega Light, การประคบร้อน, Healite การผ่าตัดแก้ไขมีความซับซ้อนกว่าการผ่าตัดครั้งแรก ดังนั้นการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างเป็นระบบเช่นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดอาการบวมและช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว

Like